FORGOT YOUR DETAILS?

ผงซักฟอกดีๆ มีค่าดุจทองคำ

เคล็บลับการทำความสะอาดทองคำ ทองคำกำลังมีราคา ใครที่มีไว้ในครอบครอง ต้องถนอมรักษาให้ดีนะคะ … วันนี้เลยขอแนะเคล็ดลับการดูแลเครื่องทองให้แลดูงดงามเลอค่าไปอีกเนิ่นนานมาฝากค่ะ -เวลาเก็บเครื่องประดับที่ทำด้วยทอง ควรหุ้มด้วยผ้านิ่มๆ หรือสำลี ห่อแยกแต่ละชิ้น อย่านำมากองรวมกัน ยิ่งทองกระรัตสูงยิ่งถูกขูดขีดได้ง่าย -การทำความสะอาดตัวเรือนที่ทำด้วยทอง อย่าใช้แปรงขัด เพราะขนแปรงจะขูดขีดหน้าทองเปอร์เซ็นต์สูงได้ ให้ใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดฝุ่นละอองออก -วิธีทำความสะอาดทองที่ดีที่สุดคือ แช่ลงในน้ำอุ่นที่ผสมน้ำยาซักล้างอย่างอ่อน อย่านำไปต้มเป็นอันขาด เพราะหากมีพลอยอยู่ด้วยอาจทำให้พลอยร้าว หรือกรณีพลอยย้อมสีอาจทำให้พลอยซีดจางได้ -บางคนใช้น้ำยาแอมโมเนียซึ่งไม่ทำอันตรายต่อทองทำความสะอาดเครื่องทอง แต่ถ้าเครื่องประดับของคุณมีมุกอยู่ด้วยห้ามใช้แอมโมเนียเด็ดขาด อย่าใช้ยาสีฟันทำความสะอาดทอง ในยาสีฟันมีผงขัดซึ่งค่อนข้างแข็ง จะขูดผิวทองและพลอยเนื้ออ่อนได้ -สารเคมีหลายชนิดอาจทำให้เครื่องประดับนั้นสึกกร่อนหรือเปลี่ยนสี ได้แก่ คลอรีน โลชั่นและเครื่องสำอาง น้ำยาดัดผม และยาบางชนิด อาจซึมออกมากับเหงื่อเวลาสวมเครื่องประดับทำจากทองเปอร์เซ็นต่ำ จะทำให้เกิดสีดำบนผิวหนังได้ -ควรนำเครื่องประดับของคุณไปเช็คกับช่างเจ้าประจำที่ไว้ใจได้อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ   ข้อควรระวังในการดูแลเครื่องประดับทองคำ 1. ให้ถอดเครื่องประดับทองก่อนว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ เนื่องจากสารคลอรีนในน้ำ จะทำให้ทองนั้นผุกร่อนได้ 2. หากจะแช่ตัวในอ่างน้ำร้อน ออนเซน หรือน้ำที่มีอุณหภูมิสูง ควรถอดเครื่องประดับออก 3. เมื่อต้องใช้เครื่องสำอางต่างๆ หรือน้ำยาสำหรับใส่ผม ควรระวัง ไม่ให้น้ำยาหรือละอองสัมผัสทอง เนื่องจากจะทำให้ความเงางามของทองลดลง

ผงซักฟอก ไม่เมหือนน้ำยาเช็ดกระจก

เคล็บไม่ลับวิธีการเช็ดกระจกอย่างมืออาชีพ เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมพวกคนเช็ดกระจกมืออาชีพนั้น จึงทำงานได้เร็วและง่ายเพียงมีเครื่องมือบางอย่าง จริงๆแล้ว มีบางเทคนิคที่คุณต้องเรียนรู้ก่อนที่คุณจะมีความมั่นใจใน การล้างกระจกแบบมือโปร หลังจากอ่านเคล็ดลับการล้างกระจกต่อไปนี้แล้ว คุณอาจพบว่าจริงๆแล้วคุณจะสนุกกับการล้างหน้าต่าง ทำความสะอาดหน้าต่าง เคล็ดลับแรกคือคุณจ้องมีเครื่องมือล้างกระจกให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วยไม้กรีดกระจกหุุ้มยางคุณภาพดี , ฟองน้ำ, น้ำยาเช็ดกระจก, ถังและผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม้กรีดหุ้มยางควรเป็น 10″ถึง 16″ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของหน้าต่างที่คุณจะทำความสะอาด    น้ำยาเช็ดกระจกหน้าต่างต้องมีคุณภาพ และคุณอาจต้องมีกระได หรือไม้ต่อหากคุณจะต้องหน้าต่างที่สูง  ยอกจากนั้น คุณไม่ต้องการให้มีเศษผ้าหรือยัยผ้าเหาะติดที่หน้าต่างของคุณ เราจึงขอแนะนำให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ซึ่งเป็นผ้าที่ไม่ใช่เศษผ้าหรือเศษสำลี การล้างกระจกหน้าต่าง สามารถทำได้ตลอดเวลา แตเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการล้างหน้าต่างก็คือตอนเย็น, วันที่มีเมฆ (แต่ไม่มีฝน) คุณไม่ต้องการล้างกระจกตอนที่มีแสงแดดส่องลงมาโดยตรงเพราะจะทำให้แห้งเร็วเกินไปและทิ้งลอยมัวเอาไว้ เทคนิคของคุณควรมีดังนี้คือ เติมน้ำยาล้างหน้าต่างลงในถังแล้วผสมด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุ่น (ไม่ร้อน) และเติมผสมด้วยน้ำยาล้างจานนิดหน่อย  ก่อนอื่นเช็ดปัดพวกฝุ่น หยักใย่ หรือเศษผงต่างๆออกจากบริเวณหน้าต่าง จุ่มฟองน้ำลงในน้ำยาแล้วบีบออกให้หมาดๆเพื่อกำจัดของเหลวส่วนเกิน แล้วเริ่มทำการเช็ด แล้วใช้ไม้กรีดกระจกหุ้มยางรีดน้ำให้เรียบ กรีดในแนวบนลงมาแล้วเอาผ้าเช็ดน้ำที่ติดบนยางกรีดในแต่ละครั้งด้วยเพื่อ ป้องกันการหยด และเอาผ้าเช็ดน้ำส่วนเกินเพื่อไม่ให้หยดขังลงไปที่ขอบหน้าต่าง ทำซ้ำขั้นตอนจนหน้าต่างสะอาด เมื่อเสร็จแล้วควรจะไม่มีมีรอยคราบหลืออยู่ และเช็ดรอบ ๆ ขอบของหน้าต่างเพื่อเช็ดหยดน้ำที่เหลืออยู่ จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดกระจกตรงที่เปียกให้แห้งเพื่อไม่ให้เป็นรอย คราบหลงเหลือ ระวังอย่ากรีดน้ำตอนหน้าต่างแห้งเด็ดขาดจะทำให้เป็นรอย ควรกรีดน้ำออกตอนหน้าต่างจะเปียกเท่านั้น

ผงซักฟอก ที่ใช่ในยามฝนตก

เคล็ดลับผ้าแห้งภายใน 15 นาที ในช่วงฤดูฝน เพื่อน ๆ อาจจะเคยพบเจอกับปัญหา เสื้อผ้าไม่แห้ง หรือแห้งไม่ทันเวลาที่จะใช้ เนื่องจากอากาศชื้น ครึ้มฟ้าครึ้มฝนจนไม่สามารถตากเสื้อผ้าได้ตามปกติ จะทำอย่างไร เมื่อจำเป็นต้องใช้เสื้อผ้าชิ้นนั้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง วันนี้บุญโชติมีวิธีการดี ๆ มาฝากกันค่ะ เริ่มจากการหาถุงพลาสติกมาใบหนึ่ง จากนั้นก็ให้นำเสื้อผ้าที่เราต้องการทำให้แห้งทันเวลาใส่ลงไป ควรเป็นเสื้อผ้าชนิดที่เป็นชิ้นเล็ก เช่น ชุดชั้นใน เสื้อยืดเนื้อบาง หรือเสื้อทีมีเนื้อผ้าไม่หนาเกินไปนักนะคะ จากนั้นให้รวบปากถุงให้แคบลง และนำเอาไดร์เป่าผม มาเป่าลมร้อนเข้าไปภายในถุง   โดยเป่าลมร้อนให้กระจายทั่วเสื้อผ้า ถุงพลาสติกจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องอบผ้าค่ะ ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที เสื้อผ้าของคุณก็จะแห้งพอที่จะนำไปรีดซ้ำ หรือแห้งพอที่จะสวมใส่ได้แล้ว ถือเป็นเคล็ดลับดี ๆ ในเวลาฉุกเฉินอีกเคล็ดลับหนึ่งในช่วงฤดูฝนเลยนะคะ 🙂

ผงซักฟอก กำจัดคราบ

เคล็ดลับบ้านสะอาดอย่างแท้จริง 1. น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเป็นเหมือนเครื่องปรุงมหัศจรรย์ที่ช่วยชูรสชาติของอาหารให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น และยังเป็นน้ำยาทำความสะอาดชั้นเลิศในเวลาเดียวกันด้วย เพราะสามารถนำไปใช้ได้กับทุกส่วนภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว หรือห้องนั่งเล่น ซึ่งวิธีการทำความสะอาดไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เพียงแค่ส่วนผสมนิดหน่อยกับอุปกรณ์สองสามชิ้น แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ สำหรับพื้นบ้าน ทำความสะอาดได้โดยการใช้น้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วย ต่อน้ำ 1 ถัง นำมาผสมเข้าด้วยกัน ซึ่งถ้าหากไม่ชอบกลิ่นของน้ำส้มสายชูให้หยดน้ำมะนาวลงไปสักประมาณ 2-3 หยด เพื่อดับกลิ่นเสียก่อน เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำยาเช็ดพื้นสูตรพิเศษเป็นของตัวเองแล้ว ส่วนของใช้ต่าง ๆ ทั่วไปภายในบ้านการใช้น้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวอาจขจัดคราบได้ไม่หมด ดังนั้นให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในอัตรา 1 ต่อ 3 ส่วน ใส่ขวดสเปรย์ ใช้พรมลงบนสิ่งของ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ด คราบฝังแน่น จุดด่างดำของเชื้อราบนพรม สามารถกำจัดออกได้โดยการหยดน้ำส้มสายชูลงบนจุดที่ต้องการ จากนั้นใช้ผ้าเช็ดเบา ๆ เพื่อให้ผ้าซับคราบสกปรกออกมา ทั้งนี้ไม่ควรจะถูแรงเกินไป เพราะจะทำให้โครงสร้างของขนพรมเสียหายและเสียรูปทรง   2. เบกกิ้งโซดา หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของการทำขนมชนิดต่าง ๆ ที่นอกจากจะให้รูปร่างหน้าตาดูน่ากินฟูฟ่องได้อย่างใจแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยขจัดคราบสกปรกที่ฝังแน่นด้วย โดยเฉพาะเหล่าเชื้อราที่แฝงตัวอยู่ตามห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งสามารถกำจัดได้โดยการใช้ผงเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำไปป้ายลงบนบริเวณที่ต้องการ พร้อมกับขัดออกด้วยแปรงสีฟัน นอกจากนี้ยังสามารถนำส่วนผสมที่ได้ มาใช้ในการกำจัดกลิ่นในห้องน้ำได้ด้วย 3. น้ำมันมะกอก

ผงซักฟอก สำหรับแม่บ้าน

หลายท่านคงเคยเจอปัญหามีคนนำเอาอาหารกลิ่นแรงมาไว้ในตู้เย็น จนทำให้น้ำหรืออาหารอื่น ๆ มีกลิ่นเหม็นติดมาด้วยเป็นที่น่าเบื่อหน่าย วันนี้จึงมีเคล็ดลับการกำจัดกลิ่นในตู้เย็นมาฝาก โดยมากแล้วบ้านแต่ละหลังก็จะมีตู้เย็นเพียงแค่เครื่องเดียว แล้วเจ้าตู้เย็นก็จะต้องรับภาระการเก็บอาหารอันหนักอึ้ง ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารคาว หรืออาหารแห้ง ผักผลไม้ทุกชนิด ไหนยังจะมีน้ำดื่ม ไอศกรีม ขนมนมเนย เยอะแยะไปหมด แม้กระทั่งยาหรือเครื่องสำอางก็มาอยู่ในนี้ จนกลิ่นของของคาวมาตีกับของหวาน กลิ่นทุเรียน ปลาเค็ม หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ติดลงไปในน้ำดื่ม เป็นที่น่าหงุดหงิดรำคาญใจ วันนี้จึงมีเคล็ดลับดี ๆ หลากหลายวิธีที่ช่วยในการดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นมาฝากเป็นความรู้คู่ครัว ให้เก็บไว้ลองใช้กัน   วิธีแรกที่อยากแนะนำ และเป็นวิธีที่ทำตามได้ง่ายสุด ๆ ก็คือให้ใช้ถ่าน (ถ่านติดไฟ) จะใช้ทั้งก้อนหรือนำมาบดให้ละเอียดก็ได้ ใส่ถ้วยหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ เอาวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ในตู้เย็น ก็จะช่วยดับกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ของอาหารกลิ่นแรงได้ดี   หรือจะลองใช้กากใบชาที่ใช้ต้มดื่มเรียบร้อยแล้ว นำมาห่อผ้าหรือใส่ถ้วย วางไว้ในตู้เย็น หรือถุงชาที่ใช้ชงแล้ว โดยปริมาณที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของกลิ่นที่ต้องการกำจัด นำไปใส่ไว้ที่ชั้นล่างสุดของตู้เย็น ทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อเปิดตู้เย็นขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นที่ไม่ต้องการเหล่านั้นก็จะจางหายไป เมื่อกากชาเริ่มชื้นก็ให้นำมาเปลี่ยนใหม่ กากชาที่แห้งสนิทมีความสามารถดูดกลิ่นไม่แพ้น้ำยาดับกลิ่นที่มีขายตามท้องตลาดเลยทีเดียว   ส่วนกลิ่นคาวปลาในตู้เย็น วิธีแก้ไขที่ได้ผลดีคือให้ใช้ผงกาแฟที่เราใช้ชงดื่มนั่นแหละ โรยรอบ ๆ

ผงซักฟอก ประตูกระจก

12 วิธี ช่วยให้กระจกใสปิ๊ง ! ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้กระจกสกปรกได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเคล็ดลับการเช็ดกระจกให้สะอาดหลากหลายวิธีดังนี้   1. เอาน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำอย่างละ 1 ส่วน จากนั้นนำผ้ามาชุบแล้วนำไปเช็ดกระจก แต่ถ้าบ้านไหนมีกระบอกฉีดน้ำ อาจเทน้ำยาเช็ดกระจกที่ผสมขึ้นมาใส่กระบอกฉีด แล้วค่อยใช้ผ้าเช็ดตามก็สะดวกไปอีกแบบ ระหว่างเช็ดถู หากเกิดคราบจากน้ำที่เช็ด ให้เช็ดคราบออกก่อนด้วยแอลกอฮอล์ แล้วค่อยเช็ดซ้ำอีกที รับรองใสกิ๊ก! 2. แอมโมเนียหรือเรียกอีกอย่างว่า “เยี่ยวอูฐ” หยดลง 2-3 หยด ผสมกับในน้ำครึ่งถัง ใช้ล้างกระจกเงาและกระจกหน้าต่าง จะเป็นเงางามไม่สกปรกง่าย 3. นำเกลือผสมกับน้ำ คนให้ละลาย ใช้ล้างสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนจากกระจกได้ง่าย 4. โซดาที่ใช้ทำขนม (โซดาไบคาร์บอเนต) สามารถนำมาทำความสะอาดกระจกได้ จะช่วยให้กระจกดูใสมากขึ้น 5. แอลกอฮอล์ผสมกับน้ำอย่างละเท่า ๆ กัน ราดบนแผ่นหนังสือพิมพ์ ใช้ขัดกระจกเป็นเงางาม 6. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ขยุ่มชุบน้ำเช็ดกระจก จะใสสะอาดกว่าใช้สบู่หรือผงซักฟอก และใช้แทนน้ำยาเช็ดกระจกได้ และเวลาทำความสะอาดหน้าต่างให้เช็ดสลับกัน ด้านหนึ่งใช้เช็ดตามขวางของแผ่นกระจก อีกด้านหนึ่งเช็ดตามยาวจะเห็นรอยสกปรกได้ชัดกว่าเช็ดไปตามทางเดียวกัน 7. กลีเซอรีน ใช้ถูกระจกให้ทั่ว

ผงซักฟอก มีสีขาวๆ

1. การทำความสะอาดทั่วไป วิธีที่ 1 ผสมสบู่เหลวหรือบอแรกซ์ 1 ช้อนชา ในน้ำอุ่น หรือน้ำร้อน 1 ลิตร เติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูลงไป 1-2 ช้อนชา แล้วนำไปเช็ดถูบริเวณที่เป็นคราบไขมันสกปรก วิธีที่ 2 ผสม Washing Soda (hydrated sodium carbonate) ในน้ำอุ่น 1 ลิตร ใช้ได้กับทุกพื้นผิว ยกเว้นอลูมิเนียม 2. วิธีกำจัดกลิ่นเหม็น/กลิ่นอับ วิธีที่ 1   หาแหล่งกำเนิดกลิ่นเหม็นให้พบ แล้วกำจัดออกไปให้สะอาด และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก วิธีที่ 2     หมั่นทำความสะอาดบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ให้สะอาด และเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทให้สะดวก วิธีที่ 3   ใช้น้ำส้มสายชูหรือผงฟู 2-4 ช้อนโต๊ะ ใส่จานแล้ววางไว้เพื่อดูดกลิ่น วิธีที่ 4     นำไม้ประดับมาตั้งวางเพื่อดูดกลิ่นและฟองอากาศ วิธีที่ 5     ใช้สมุนไพร หรือเครื่องเทศที่ให้กลิ่นหอมมาต้มแล้วตั้งวางไว้

ผงซักฟอก สีขาวชนิดผง

 เบกกิ้งโซดาประโยชน์นั้นมีมากมาย โดยเฉพาะใช้ในการขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆทำให้บ้านสะอาดหมดจด ไร้กลิ่นรบกวน ลองมาดูประโยชน์ของเบกกิ้งโซดา สามารถดับกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านี้ได้อย่างไร           กลิ่นเป็นปัญหากวนใจของหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะกลิ่นจากข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน หรือกระทั่งของใช้ส่วนตัวที่อยู่ในชีวิตประจำวัน ครั้นให้ซื้อผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นเฉพาะทาง ก็อาจจะสิ้นเปลืองเงินและพื้นที่เก็บของ เพราะต้องมีหลายชิ้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเสนอ 10 กลิ่นเหม็นที่ถูกกำจัดได้ง่าย ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์แค่ชิ้นเดียวอย่างเบกกิ้งโซดาให้ได้อึ้งไปพร้อมกันจ้า 1. กลิ่นกวนใจจากกระบะทรายแมว             ใครที่เลี้ยงแมวไว้ในบ้าน ย่อมรู้ดีว่ากลิ่นจากห้องน้ำส่วนตัวแมวหรือกระบะทรายแมว รบกวนใจขนาดไหน ปัญหานี้แก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการโรยเบกกิ้งโซดาไปบนกระบะทรายแมวทุกเช้า โดยโรยในปริมาณ ¼ ถ้วย แล้วทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จากนั้นดูว่ากลิ่นลดลงหรือยัง ถ้ายังโรยเพิ่มอีก ¼ ถ้วย เพียงเท่านี้กลิ่นของเสียจากเจ้าตัวแสบก็จะไม่กวนใจบรรดาทาสแมวอีก แล้วอยากลืมทำความสะอาดกระบะทรายเป็นประจำด้วยนะจ๊ะ เพื่อพลานามัยที่ดีทั้งคนและแมว 2. กลิ่นเหม็นจากห้องน้ำ        

ผงซักฟอก ไม้

เมื่อคุณมีพื้นไม้ไผ่ใหม่ที่สวยงามของคุณติดตั้งคุณสามารถประกันว่ามันดูดีและเห็นหลายปีของการใช้งานและความบันเทิงโดยต้องดูแลมัน พื้นไม้ไผ่เป็นเรื่องที่ยากมากและสวมมากดีกว่าชนิดอื่น ๆ ส่วนใหญ่ของพื้นไม้เนื้อแข็ง โดยปกป้องมันจากความเสียหายที่เป็นไปได้คุณจะมั่นใจได้ยืนยาว มันจะเป็นแหล่งที่มาของความสุขสำหรับครอบครัวและแขกของคุณสำหรับปีมา ด้านล่างนี้เป็นเคล็ดลับที่จะตั้งคุณสู่เส้นทางที่ถูกต้องเพื่อให้การดูแลที่พื้นไม้ไผ่ของคุณต้องการสำหรับว่าชีวิตมานานแล้วว่ามันสมควร แรกและสำคัญที่สุดถ้าคุณกำลังใช้พรมบนพื้นไม้ไผ่ของคุณให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนยาง ยางได้รับการสนับสนุนพรมสามารถสร้างความเสียหายพื้นไม้และไม้ไผ่จะไม่มีข้อยกเว้น เคลือบยางไม่อนุญาตให้มีพื้นในการหายใจอย่างถูกต้องและสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนสีของพื้นไม้ไผ่ของคุณ ในขณะเดียวกันนี้ให้แน่ใจว่าคุณวางแผ่นป้องกันใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ใด ๆ ที่อยู่ในการติดต่อกับชั้นของคุณ ให้แน่ใจว่าจะใช้แผ่นที่ได้รับการสนับสนุนมีความรู้สึกหรือผ้าหนา ซึ่งจะช่วยป้องกันความดันของเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากการเยื้องในพื้นไม้ไผ่เมื่อเวลาผ่านไป ไม่เคยอนุญาตให้เฟอร์นิเจอร์หนักที่จะลากข้ามชั้นของคุณ ซึ่งอาจนำไปสู่การแซะน่าเกลียดและ scrapes สถานที่เพียงพอลึกจะมีราคาแพงมากขึ้นเพื่อซ่อมแซมกว่ามันจะคุ้มค่าเพื่อให้คุณต้องการที่จะทำสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้   มีการป้องกันการลงตอนนี้ฉันจะทำความสะอาดมันได้หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือการป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลใด ๆ เมื่อเป็นไปได้ หากรั่วไหลได้รับอนุญาตให้นั่งเป็นเวลานานบนพื้นไม้ไผ่ของคุณก็อาจนำไปสู่การ discoloring ให้แน่ใจว่าจะได้รับการรั่วไหลของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้เมื่อพวกเขาเกิดขึ้น โดยปกติแล้วคุณสามารถลบรั่วไหลง่ายขึ้นโดยการเช็ดอะไรก็ตามที่หกแล้วเบา ๆ ทำความสะอาดพื้นที่ที่มีเศษผ้าชุบน้ำหมาด ๆ และน้ำน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ผู้ผลิตบางรายอาจแนะนำบางประเภทของการทำความสะอาดที่ดีเหมาะสำหรับประเภทเฉพาะของพวกเขาของพื้น หาก บริษัท ผู้ผลิตแนะนำบางประเภทของการทำความสะอาดแล้วคุณควรพยายามที่จะใช้แบรนด์ที่ถ้าเป็นไปได้เพื่อให้คุณไม่อาจเป็นโมฆะการรับประกันชั้นของคุณ นี้ไปสำหรับการทำความสะอาดทั่วไปเช่นกัน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้ไม้กวาดขนนุ่มเพื่อกวาดพื้นของคุณฟรีของฝุ่นและสิ่งสกปรกมักจะว่ามันไม่ได้มีโอกาสที่จะสะสมและก่อให้เกิดความเสียหายต่อชั้นที่สวยงามของคุณซับฝุ่นละอองสามารถทำให้เครื่องมือที่ดีมากที่จะใช้เพราะความจริงที่ว่ามันไม่ได้มีขนแปรงที่อาจรอยขีดข่วนนาทีออกไปไม่ได้ที่จะนำไปสู่ความเสียหายเมื่อเวลาผ่านไป การป้องกันสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากในกรณีนี้ โดยการวางพรมเช็ดเท้าที่แต่ละรายการคุณสามารถมั่นใจได้ว่าครอบครัวและเพื่อน ๆ ไม่ได้ติดตามสิ่งสกปรกบนพื้นที่สวยงามของคุณที่คุณจะต้องกังวลเกี่ยวกับการทำความสะอาดเพื่อนบอกว่าผมเก็บเอเชียโบราณที่กำหนดเองมีชีวิตอยู่โดยมีทุกคนถอดรองเท้าของพวกเขาเมื่อพวกเขาเข้าไป เธอบอกว่ามันช่วยในการส่งเสริมให้ความรู้ทางวัฒนธรรมของเธอในขณะที่ประหยัดเวลาในการทำความสะอาดบางส่วนเช่นกัน

ผงซักฟอก และเครื่องซักผ้า

 – คงสีสันให้สดใหม่ด้วยน้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูสามารถช่วยคงสีสันสด ๆ ให้ผ้าสีได้เหมือนกัน แค่คุณผสมน้ำส้มสายชูลงไปในช่องใส่น้ำยาซักผ้าสัก ½ ถ้วงตวง เสื้อผ้าสีสดใสของคุณก็จะมีสีสวยสดมากขึ้น ไม่ซีดจางง่าย ๆ แล้วล่ะ แต่สำหรับผ้าสีที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ให้นำผ้าไปแช่ในน้ำส้มสายชู หรือน้ำเกลือก่อน เพื่อป้องกันผ้าสีตกนะคะ    – ป้องกันผ้าสีตกด้วยดีเกลือฝรั่ง นอกจากน้ำส้มสายชูแล้ว ดีเกลือฝรั่ง หรือ Epsom Salts ก็สามารถรักษาผ้าสีให้มีสีสันสดใสได้นานเช่นกัน วิธีก็ผสมดีเกลือฝรั่ง 1 ช้อนชา กับน้ำสะอาด 1 แกลลอน แล้วก็นำผ้ามาซัก วิธีนี้ใช้ป้องกันผ้าสีตกได้อีกด้วย   –  แช่แอมโมเนียและน้ำยาปรับผ้านุ่ม ในระหว่างที่เครื่องซักผ้ากำลังจะทิ้งน้ำสุดท้าย ให้คุณเทแอมโมเนียสำหรับใช้กับงานบ้านลงไปแช่ไว้พร้อมน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วย แอมโมเนียจะช่วยให้ผ้าสีมีสีสันสดใสมากขึ้นได้ แต่ถ้าคุณใส่น้ำยาฟอกขาวลงไปแล้ว ก็ไม่ต้องใส่แอมโมเนียลงไปแล้วนะคะ    – กลับตะเข็บผ้าก่อนซักหรือตาก วิธีง่าย ๆ อย่างการกลับตะเข็บเสื้อผ้าก่อนจะซัก หรือก่อนนำไปตาก ก็สามารถช่วยป้องกันผ้าสีซีดจางได้ อีกทั้งการกลับตะเข็บผ้าทุกครั้งก่อนจะซัก หรือตาก ยังเป็นการป้องกันใยผ้าถูกเสียดสีจนเสียหายได้อีกด้วยนอกจากนี้คุณก็ควรตากผ้าสีในที่ร่มลมโกรก อย่าตากผ้าสีกลางแจ้งแดดจัด ๆ เพื่อป้องกันผ้าสีถูกแสงยูวีทำลายจนซีดจาง    – ย้อมผ้าดำด้วยน้ำชาเข้มข้น ผ้าสีดำเป็นจุดสังเกตความซีดจางได้ง่ายกว่าผ้าสีอื่น ๆ

Tagged under:
TOP