FORGOT YOUR DETAILS?

เอกชนระเบิดศึกสินค้าหน้าร้อน

by / / ข่าวสาร

เอกชนระเบิดศึกสินค้าหน้าร้อน

ท่ามกลาง…อุณหภูมิของอากาศที่ร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ ทำให้บรรดาภาคเอกชนขนทัพ ’สินค้าหน้าร้อน“ มาเปิดตัวแบบชนิดที่เรียกว่า ’จัดเต็ม“ ทั้งสีสัน รูปลักษณ์ เพื่อเรียกแรงดึงดูดกระตุกใจผู้บริโภคด้วยการจัดโปรโมชั่น จัดกิจกรรม ทุ่มงบประมาณโฆษณา เอาใจสารพัด หลังจากที่บรรดาผู้บริโภคต่างกลับมามีอารมณ์ ’ชอปปิง“ อีกครั้งจากอานิสงส์นโยบายประชานิยมของรัฐบาล ทั้งการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ การปรับเงินเดือน ป.ตรี 15,000 บาท รวมไปถึงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดตันละ 15,000 บาท เพื่อเพิ่มอำนาจซื้อให้กับคนไทย

ที่สำคัญสถานการณ์ในปีนี้แตกต่างจากปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง เพราะหมดทุกข์เรื่องของภัยน้ำท่วม ขณะที่โครงการรถยนต์คันแรกที่กระตุ้นต่อมซื้ออย่างถล่มทลายก็ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้นเวลานี้จึงกลายเป็นโอกาส…ของบรรดา “สินค้าปลีก” ประเภทอื่นกันบ้าง ที่ต่างเฮโลงัดกลยุทธ์เด็ดมาเขย่าตลาดรับหน้าร้อนเพื่อชิงตลาดพร้อมครองใจผู้บริโภค

ดูอย่าง “เพาเวอร์บาย” ซึ่งเป็นศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 15 ล้านบาทเพื่อร่วมกับพันธมิตรจัดงาน “คูลลิ่ง
แฟร์” มอบส่วนลดสูงสุดถึง 25% ผ่อนนาน 10 เดือน เริ่มวันที่ 7 มี.ค.- 3 เม.ย. นี้ หลังจากเห็นแนวโน้มดีมาตั้งแต่ต้นปี

สัญญาณดีตั้งแต่ต้นปี

“สอางทิพย์ อมรฉัตร” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด บอกว่า ในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา มีสัญญาณที่ถือว่าดีมากทำให้อัตราการเติบโตของเพาเวอร์บายสูงกว่า 30% ทีเดียว แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อของประชาชนที่มีมากขึ้น โดยประเมินว่าในเดือน มี.ค.นี้ จะมียอดขายของเครื่องปรับอากาศสูงถึง 300 ล้านบาท หรือเติบโต 50% จากยอดขายรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดที่ได้ประมาณการไว้ราว  2,000 ล้านบาท  ขณะที่สินค้าประเภทตู้เย็น พัดลม ก็มีอัตราเติบโตไม่น้อยหน้าเช่นกัน

มาสเตอร์คูลบุกค้าปลีก

เช่นเดียวกันกับค่าย “มาสเตอร์คูล” ที่มองเห็นโอกาสจากอากาศที่ร้อนขึ้นรวมไปถึงค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ก็ได้ประกาศพร้อมลงสนามสู้ศึกสินค้าหน้าร้อนนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยการดันยอดขายพัดลมไอน้ำเข้ามาชิงเค้กเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะในตลาดลูกค้ารายย่อย ที่สำคัญยังเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ประมาณ  6-7 รายการ สนนราคาให้ลูกค้าพิเศษเพียง 2,900 บาทเศษ เรื่อยไปจนถึงราคา 9,000 บาท โดย “นพชัย วีระมาน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มองว่า พัดลมไอน้ำนี้ถือว่าเป็นสินค้าที่สามารถใช้ทดแทนเครื่องปรับอากากาศที่มีราคาแพงและยังกินไฟมากได้เป็นอย่างดี จึงโดดเข้ามาร่วมวงด้วย โดยจะเน้นกลยุทธ์ขยายจุดจำหน่ายสินค้าไปยังช่องทางค้าปลีก ผ่านโฮมโปรและแม็คโคร ทุกสาขาจากเดิมที่มีเพียงบางสาขาเท่านั้น รวมทั้งเน้นการจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเพราะสามารถช่วยกระจายสินค้าไปยังร้านค้าย่อยได้ดีครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

เงินสะพัดหน้าร้อนกว่า 2 หมื่น ล.

หันมาที่บรรดาห้างสรรพสินค้าชั้นนำกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็น “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” หรือ “เครือเซ็นทรัล” หรือ “โรบินสัน” ก็ไม่ยอมทิ้ง “โอกาสทอง” นี้ด้วยเช่นกันต่างพาเหรดออกสารพัดโปรโมชั่นมาดึงดูดแรงซื้อในประเทศเพราะมองเห็นแล้วว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงหน้าร้อนนี้ไม่น้อยทีเดียว โดย “ชำนาญ เมธปรีชากุล” รองประธานกรรมการบริหารการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกว่า หน้าร้อนปีนี้จะมีสีสันมากกว่าปีที่ผ่านมาโดยเชื่อว่ามีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาทแน่นอน หรือคิดเป็นอัตราเติบโตก็ไม่น้อยกว่า 8-10% แน่นอน เบื้องต้นเชื่อว่าบรรดาผู้ค้าปลีกเองจะทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อรังสรรค์กิจกรรมน้อยใหญ่กว่า 300 รายการ เข้ามาตักตวงเงินสะพัดจำนวนมหาศาล

แคมเปญอลังการรับซัมเมอร์

ทั้งนี้ในกลุ่มของเดอะมอลล์ ที่ประกอบด้วย เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ได้เปิดแคมเปญซัมเมอร์อลังการไม่แพ้ใครโดยเนรมิตศูนย์การค้าและสร้างบรรยากาศการตกแต่งดิสเพลย์ ด้วยคอนเซปต์ “แฟชั่นในยุค 1960” ที่มีลวดลายกราฟิก สีสันสดใส ร้อนแรง สะท้อนความเป็นซัมเมอร์ พร้อมนำสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ร่วมกับผู้ประกอบการออกมากระตุ้นตลาด รวมไปถึงการร่วมมือกับบรรดาพันธมิตร อย่าง สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์  จัดแคมเปญลุ้นเที่ยวมัลดีฟส์และคอนโดมิเนียม  เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 1,000 บาท และยังมีส่วนลดสำหรับสินค้าสูงถึง 40% กันทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเชื่อว่าในช่วงของระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่ 7 มี.ค.-16 เม.ย.นี้ จะมีรายได้รวมกันจากทั้ง 3 ศูนย์การค้าไม่ต่ำกว่า 5,500 ล้านบาทแน่นอน และเชื่อว่าสินค้าที่ขายดีในช่วงหน้าร้อน อันดับต้น ๆ ต้องยอมรับว่ายังคงเป็นสินค้าแฟชั่น ชุดว่ายน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และซูเปอร์มาร์เกต ที่จะเห็นยอดการจับจ่ายในตัวเลขที่สูงกว่าช่วงปกติ ในช่วงที่จัดแคมเปญเริ่ม

ด้านศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา “ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วงซัมเมอร์เป็นหน้าขายสำคัญของตลาดค้าปลีกทีเดียว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น ซึ่งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ได้นำคอลเลกชั่น “สปริง ซัมเมอร์ 2013” จากแบรนด์ระดับโลกมาสร้างสีสันช่วงหน้าร้อน พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย

หันมาที่ค่าย “โรบินสัน” เตรียมปลุกตลาดซัมเมอร์ด้วยเช่นกัน ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 30 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะเน้นเป็นเทศกาลแห่งสีสันรวมถึงการเป็นฤดูกาลขายสินค้าที่บรรดาแบรนด์สินค้าต่างรอคอย พร้อมงัดกลยุทธ์ทุกรูปแบบมาดึงดูดลูกค้า และทำให้เกิดการแข่งขันกันในธุรกิจอย่างมีสีสันที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละค่ายต่างเตรียมทุ่มงบประมาณมหาศาลจัดรายการโปรโมชั่นทีเด็ด โดยเฉพาะตลาดแฟชั่นที่เติบโตอย่างมากในกลุ่มเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า  โดยในปี 2556 นี้ ยังได้เตรียมเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทัพจากทั้งหมดกว่า 500 แบรนด์ ด้วยการมอบโปรโมชั่นลดสูงสุด 50% เบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายยอดขายในช่วงซัมเมอร์ที่ 1,200 บาท หรือเติบโตขึ้นประมาณ 20%

พาณิชย์จ้องติดราคาสินค้า

อย่างไรก็ดี แม้หลายห้างหลายค่ายหลายสินค้าต่างออกโปรโมชั่นกันมามากมาย แต่ในฐานะของผู้ดูแลทุกข์สุขของผู้บริโภค อย่างกรมการค้าภายใน ก็บอกว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะดูแลให้ผู้บริโภคไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดย ’สันติชัย สารถวัลย์แพศย์“  รองอธิบดีกรมการค้าภายใน  บอกว่า การที่เอกชนแข่งขันกันจัดกิจกรรมโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดถือเป็นเรื่องดีที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนในช่วงนี้ และกรมการค้าภายใน ไม่ได้เพิกเฉยเช่นกัน  และได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามการค้าขายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะการขายสินค้าต่ำกว่าทุน ซึ่งถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย เพราะจะทำให้ผู้ค้ารายย่อยเสียเปรียบ และอาจทำให้เกิดการผูกขาดทางการค้าได้ในระยะยาว รวมทั้งได้ติดตามเรื่องผลกระทบต่อผู้บริโภค ในด้านคุณภาพของสินค้า  ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ทั้งเว็บไซต์ และโทรศัพท์สายด่วน 1569 เพื่อดูแลด้วย

ขณะที่ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ส่งสัญญาณเรื่องหนี้ครัวเรือนสูงมาโดยตลอดนั้น ก็บอกว่า ในฐานะของ ธปท.เองไม่ได้นิ่งนอนใจเหมือนกันหลังจากพบว่าหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีการเก็บออม ก็ได้เตือนไปยังบรรดาผู้บริหารสถาบันการเงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในเรื่องการโฆษณาที่กระตุ้นให้เข้ามาขอสินเชื่อบุคคล ด้วยการลด-แลก- แจก-แถม หรือให้รางวัลจูงใจ ที่มีมากเกินไป ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือที่ถอดโฆษณาออกไปบ้างแล้ว แต่ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

แม้หน้าร้อนปีนี้โอกาสจะกลับมาเป็นของเอกชนอีกครั้ง โดยเฉพาะบรรยากาศของภาพรวมเศรษฐกิจที่หลายค่ายต่างจับจ้องจะขยับเพิ่มอัตราการเติบโตมากขึ้น แต่อย่าลืมว่ายังมีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน ก่อนที่การโหมโรงจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายจะกลับกลายมาเป็น “หนี้เน่า” ในภายหลัง.

ทีมเศรษฐกิจเดลินิวส์

TOP